วิธีดูแลรถจักรยานยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอ


Categories :

รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะคันแรกๆ ที่หลายบ้านเลือกซื้อ เพราะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และมีราคาที่ไม่แพงเท่ารถยนต์ ในช่วงที่ทำงานเก็บเงินซื้อรถยนต์ก็ใช้รถจักรยานยนต์ไปก่อน  เพราะขับขี่ง่าย สะดวกสบาย สามารถเก็บของได้เยอะ มีความคล่องตัวในการขับขี่ ทั้งในเมืองและในสภาพการจราจรที่หนาแน่น อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้หลากหลายอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องในคันเดียวเลยก็ว่าได้ ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกวิธีการดูแลรถจักรยานยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอ 

  1. ยางรถ

ยางรถมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นยางนอกหรือยางใน เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างมอเตอร์ไซค์ของคุณและถนน ช่วยถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์สู่ท้องถนน รองรับน้ำหนัก ยึดเกาะ และตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ โดยคุณควรหมั่นตรวจเช็คสภาพของยางรถมอเตอร์ไซค์อยู่สม่ำเสมอ โดยสิ่งที่ควรตรวจเช็ค คือ การเติมลมยางให้ได้แรงดันตามมาตรฐาน เพื่อช่วยในเรื่องลดแรงกระแทก ช่วยการทรงตัว การเคลื่อนตัวของรถมอเตอร์ไซค์ และความเสื่อมของยาง

  1. น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องนอกจากจะมีหน้าที่หลักในการหล่อลื่น เคลือบชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์ ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนแล้ว ยังมีหน้าที่ช่วยระบายความร้อน ขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานได้ด้วย ทั้งนี้ น้ำมันเครื่องก็มีคุณสมบัติในการระเหยเหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นกัน หมายความว่าเมื่ออยู่ในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะระเหยก็มีมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงควรตรวจเช็กสภาพน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสภาพที่ดีอยู่เสมอ

  1. แบตเตอรี่

เป็นอุปกรณ์จัดเก็บไฟฟ้าที่ใช้ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ปฏิกิริยาเคมีแบบย้อนกลับได้ระหว่างตะกั่วและกรดในแบตเตอรี่ มีหน้าที่จ่ายพลังงานกระแสตรงไปยังระบบต่างๆของมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นไดสตาร์ทในการสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบหัวฉีด รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆในตัวรถที่ใช้ไฟฟ้า จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากของมอเตอร์ไซค์

  1. ระบบหล่อเย็น

ระบบระบายความร้อนของรถมอเตอร์ไซค์มีทั้งระบบที่ใช้อากาศหมุนเวียนและระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือที่เรียกว่าระบบหล่อเย็น ซึ่งสามารถช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ต้องใส่ใจสำหรับระบบหล่อเย็นที่อาจจะทำงานหนักขึ้นในช่วงที่มีอากาศร้อนก็คือ ควรหมั่นเติมน้ำยาหล่อเย็นที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ควรปล่อยให้แห้ง เพราะอาจจะเกิดอาการโอเวอร์ฮีตได้

  1. สายพานหรือโซ่

เป็นชิ้นส่วนที่ส่งต่อกำลังให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนได้เช่นกัน แต่สายพานนั้นทำมาสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แบบออโตเมติก (Automatic motorcycle) หรือที่เรียกว่ารถเกียร์ออโต้ ในขณะที่โซ่นั้นใช้สำหรับรถเกียร์ธรรมดา โดยทั้งสายพานและโซ่นั้นมีการเคลื่อนไหวเป็นลูปต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์กำลังทำงานหรือมีการขับขี่อยู่

เพิ่มความคุ้มครองด้วยประกันภัยรถจักรยานยนต์ ที่จะช่วยคุ้มครองความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคุณเลือกประเภทประกันภัยรถจักรยานยนต์ได้ที่ประกันภัยรู้ใจ